นิยาย Assassin's Creed IV Black Flag

บทประพันธ์โดย โอลิเวอร์ บาวเด็น




Edward Kenway is Born...

 

 

ปี ค.ศ. 1711 

 

เอ็ดเวิร์ด เคนเวย์ เป็นเด็กหนุ่มอายุ 17 ปี มาจากครอบครัวฐานะค่อนข้างยากจน มีอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงแกะ ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ โรงเหล้าที่เขาชอบไปตั้งอยู่ในเมืองบริสตอล

 

บ้านของเอ็ดเวิร์ดอยู่แถบชานเมืองในหมู่บ้านเฮเธอร์ตัน ตั้งอยู่ห่างจากเมืองบริสตอล 7 ไมล์ พ่อของเขาสนใจเรื่องปศุสัตว์และเกลียดการทำธุรกิจ ดังนั้นเอ็ดเวิร์ดจึงต้องเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อนำสินค้าไปต่อรองราคากับพ่อค้าอยู่เป็นประจำ

 

 

พ่อของเอ็ดเวิร์ดชื่อว่าเบอร์นาร์ด และแม่ชื่อลีเน็ต พวกเขามาจากเมืองสวอนซี ประเทศเวลส์ ย้ายมาอยู่ทางตะวันตกของอังกฤษตั้งแต่เอ็ดเวิรืดอายุได้ 10 ปี และครอบครัวของเอ็ดเวิร์ดยังคงพูดด้วยสำเนียงเวลช์

 

เอ็ดเวิร์ดมีความใฝ่ฝันที่จะล่องเรือไปในทะเลหลวง และไม่อยากเป็นคนเลี้ยงแกะเหมือนพ่อไปตลอดชีวิต แต่ก็มักจะลืมความฝันนั้นเมื่อเหล้าเข้าปาก

 

 

วันหนึ่งเอ็ดเวิร์ดพบหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งถูกชาย 3 คนของตระกูลโคเบลทมอมเหล้าแล้วหวังพาขึ้นเตียง เอ็ดเวิร์ดจึงเข้าไปช่วยโดยที่ไม่คิดให้รอบคอบ เพราะแม้เขาจะเป็นเด็กหนุ่มร่างกายแข็งแรง แต่เขาก็ยังเด็กเกินไปที่จะต่อกรกับผู้ใหญ่หลายคนได้ โชคดีที่หญิงสาวซึ่งดูสูงศักดิ์คนหนึ่งขี่ม้าเข้ามาช่วยชีวิตเขาเอาไว้ด้วยการเจรจากับพวกโคเบลท ทำให้เอ็ดเวิร์ดและหญิงสาวถูกมอมเหล้าปลอดภัย ต่อมาเขาก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคนที่เขาพยายามช่วยมีชื่อว่าโรส เธอเป็นคนรับใช้ของหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ และเธอชื่อว่าแคโรไลน์ สก๊อต ตั้งแต่เอ็ดเวิร์ดได้พบกับแคโรไลน์เป็นครั้งแรก เขาก็เฝ้าคิดถึงเธอตลอดคืน

 

ต่อมาไม่นาน แกะในฟาร์มของเอ็ดเวิร์ดถูกฆ่าอย่างทารุณ พ่อแม่ของเอ็ดเวิร์ดโกรธมากที่เอ็ดเวิร์ดไปมีเรื่องกับพวกโคเบลทจนทำให้แกะในฟาร์มต้องกลายเป็นเหยื่อสังเวยความแค้นของพวกโคเบลท แม้จะรู้ว่าเอ็ดเวิร์ดทำไปเพื่อปกป้องเกียรติของผู้หญิงก็ตาม พ่อของเอ็ดเวิร์ดสั่งให้เขาอยู่เฉย ๆ และหวังว่าพวกโคเบลทจะไม่มายุ่งอีกเมื่อพวกเขารู้สึกว่าศักดิ์ศรีกลับมาดังเดิมแล้ว

 

ในระหว่างนั้นเอง เอ็ดเวิร์ดเกิดความคิดที่จะสืบหาว่าแคโรไลน์ สก๊อตเป็นใคร และพบว่าเธอเป็นลูกสาวของเอมเม็ต สก๊อต พ่อค้าผู้ร่ำรวยจากการขายชาชั้นดีและยังเป็นคนมีอิทธิพลอีกด้วย ทำให้เขาตระหนักว่า แคโรไลน์คงไม่อาจเลือกชายใดตามใจตนเองได้แน่นอน เขารู้ดีว่าสถานะทางสังคมของเขาต่ำต้อย แต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะเอาชนะใจแคโรไลน์ สาวสวยชั้นสูงที่ถูกหมายมั่นปั้นมือให้แต่งงานกับแมทธิว เฮก บุตรชายของเซอร์ ออบรีย์ เฮก เจ้าของที่ดินที่กว้างใหญ่ที่สุดในเมืองบริสตอล และยังเป็นผู้บริหารใน east India Company อีกด้วย และตอนนี้แคโรไลน์ก็ได้หมั้นกับแมทธิวแล้ว

 

เอ็ดเวิร์ดแอบตามโรสสาวใช้ของแคโรไลน์จากฮอว์คกินส์ เลน ไปที่ตลาดเพื่อหาโอกาสทำความรู้จักกับเธอ และแนะนำตัวว่าเขาเป็นคนช่วยชีวิตเธอ จนได้ข้อมูลจากโรสมาว่าแคโรไลน์ชอบไปที่ท่าเรือในวันอังคารตอนเที่ยง เอ็ดเวิร์คจึงวางแผนจ้างเด็กชายชื่อว่าอัลเบิร์ต เป็นสื่อรักนำดอกไม้ไปให้แคโรไลน์ และให้เด็กชายบอกว่าเอ็ดเวิร์ดเป็นคนส่งดอกไม้มาให้ แต่ด้วยค่าจ้างอันน้อยนิดทำให้อัลเบิร์ตเปลี่ยนแผนไปขโมยเงินของแคโรไลน์แทน โชคร้ายที่แมทธิว เฮกและลูกน้องมาหาแคโรไลน์เหมือนกัน ทำให้อัลเบิร์ตถูกจับได้ว่าขโมยเงินและกำลังจะถูกทำร้าย แผนจีบสาวของเอ็ดเวิร์ดถูกอัลเบิร์ตทำลายจนสิ้น แต่เอ็ดเวิร์ดก็ไม่สามารถทนเห็นความอยุติธรรมที่ผู้ใหญ่จะรังแกเด็กที่ไม่มีทางสู้ได้ เขาจึงออกไปช่วยอัลเบิร์ตด้วยการสู้กับลูกน้องของแมทธิว หลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดจึงให้อัลเบิร์ตกล่าวคำขอโทษแคโรไลน์แล้วให้เด็กชายออกไปจากท่าเรือ

 

Life is changing...



 

ชีวิตของเอ็ดเวิร์ดกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อเขาได้พบกับดีแลน วอลเลซ เจ้าหน้าที่จัดหาลูกเรือที่บาร์ในเมืองบริสตอล ดีแลนชักชวนเอ็ดเวิร์ดให้มาเป็นลูกเรือให้กับกองทัพเรืออังกฤษรับใช้พระราชินีแอนน์เพื่อสงครามต่อต้านสเปน และยังสามารถครอบครองทองคำและทรัพย์สมบัติที่กัปตันเรือขนมาได้อีกด้วย แต่เขายังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้

 

 

จากเหตุการณ์ที่ท่าเรือในวันนั้นทำให้แคโรไลน์ประทับใจในความกล้าหาญของเอ็ดเวิร์ด จนแอบขี่ม้ามาพบเขาถึงบ้านในยามวิกาล แคโรไลน์เปิดเผยความในใจว่าเธอไม่ต้องการแต่งงานกับแมทธิว เฮก หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วแม้จะต้องแอบพบกันอย่างลับ ๆ เสมอ

 

จนกระทั่งวันหนึ่งแมทธิว เฮก วางแผนขอแคโรไลน์แต่งงาน ทำให้เอ็ดเวิร์ดไม่นิ่งนอนใจจึงขอเธอแต่งงานทันที แต่แคโรไลน์ยังไม่ตอบตกลง

 

ต่อมาแคโรไลน์และเอ็ดเวิร์ดเปิดเผยว่าทั้งสองได้หมั้นกันแล้วหลังจากที่แมทธิวของแคโรไลน์แต่งงาน แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะต้องสร้างความอัปยศให้กับครอบครัวสก๊อต จนเอ็ดเวิร์ดเริ่มหวั่นใจ จากนั้นข่าวการแต่งงานก็ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองบริสตอลจนชาวบ้านต่างนินทากันไปทั่ว

 

เอ็ดเวิร์ดกลับไปพบดีแลน วอลเลซที่เคยให้สัญญากับเขาถึงความร่ำรวยในดินแดนอินเดียตะวันตก เขาอยากไปที่นั่นเพื่อยกฐานะตนเองเป็นเศรษฐีคู่ควรกับแคโรไลน์

 

 

ในที่สุดทั้งสองก็ได้แต่งงานกันท่ามกลางความไม่พอใจของเอมเม็ต สก๊อต ผู้เป็นพ่อที่ต้องการไต่เต้าสถานะของตนให้สูงขึ้นไปอีก แต่แม่ของแคโรไลน์เห็นแก่ความสุขของลูกสาวจึงยอมอนุญาต

 

ทั้งคู่ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังเล็ก ๆ ในฟาร์มของพ่อเอ็ดเวิร์ด ชีวิตอันสุขสบายของแคโรไลน์จึงจบลงและเริ่มต้นใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ขณะที่เอ็ดเวิร์ดไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย เอ็ดเวิร์ดบอกแคโรไลน์ว่าเขาต้องการไปเป็นลูกเรือเพื่อความร่ำรวย เธอไม่มีทางเลือกจึงอนุญาตให้เขาไปอย่างไม่เต็มใจ

 

 

เอมเม็ต สก๊อตเสนอเงินจำนวนมากให้เอ็ดเวิร์ดเพื่อแลกตัวลูกสาวของเขากลับไป แต่เอ็ดเวิร์ดไม่ต้องการร่ำรวยด้วยวิธีนี้ เพราะเขาต้องการสร้างฐานะด้วยตนเองด้วยการไปที่อินเดียตะวันตกจึงปฏิเสธข้อเสนอ ทั้งสองเรื่องนี้ทำให้หัวใจของแคโรไลน์แตกสลาย

 

ดีแลน วอลเลซแต่งตั้งให้เอ็ดเวิร์ดเป็นลูกเรือประจำเรือ Emperor ซึ่งเทียบท่าอยู่ในเมืองบริสตอล และกำลังจะออกจากท่าภายใน 2 วันนี้ เอ็ดเวิร์ดจึงกลับบ้านไปบอกพ่อแม่และแคโรไลน์ สร้างความผิดหวังให้ครอบครัวเป็นอย่างมาก แคโรไลน์จึงตัดสินใจกลับบ้านพ่อแม่ แม้เอ็ดเวิร์ดจะเกลี้ยกล่อมให้เธออยู่แต่ก็ไม่สำเร็จ

 

 

เอ็ดเวิร์ดคิดว่าเรือจะออกจากท่าในคืนนี้ แต่กัปตันเรือยังไม่มาจึงเลื่อนไปเป็นวันรุ่งขึ้น ทำให้เขามีโอกาสกลับไปบ้านเป็นครั้งสุดท้าย และต้องตกตะลึงที่ฟาร์มกำลังถูกไฟไหม้ พ่อกับแม่ของเขาปลอดภัย แต่เรื่องเลวร้ายในครั้งนี้ทำให้พ่อของเขาโกรธมากจนไล่เอ็ดเวิร์ดไปและไม่อยากเห็นหน้าตัวก่อเรื่องอย่างเขาอีก เอ็ดเวิร์ดรู้ว่าต้องเป็นฝีมือของทอม โคเบลทแน่นอน จึงออกตามแก้แค้น ระหว่างที่เขาพบตัวทอมแต่ต่อสู้กันอยู่ก็ได้มีชายลึกลับสวมหมวกคลุมศีรษะเข้ามาสังหารทอม แม้ชายลึกลับจะฆ่าศัตรูของเอ็ดเวิร์ดแต่เขาก็ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ทั้งสองต่อสู้กันและเอ็ดเวิร์ดเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ชายผู้นี้กล่าวทิ้งทายก่อนไปว่า ในโลกนี้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกินว่าเอ็ดเวิร์ดจะเข้าใจ และสั่งให้เอ็ดเวิร์ดอย่ากลับมาที่นี่อีก จากนั้นเอ็ดเวิร์ดจึงถูกน็อคจนสลบไปแล้วตื่นขึ้นมาบนเรือ Emperor ที่กำลังเดินทางไปยังที่หมายที่เขาใฝ่ฝัน

 

ไม่มีการจู่โจมจากเรือของสเปนมาได้ 2 เดือนแล้ว ทำให้ลูกเรือไม่ได้รับค่าตอบแทนมากนัก อีกทั้งทุกคนบนเรือก็ไม่ได้เข้ารับการขึ้นทะเบียนเป็นทหารในสงครามพระราชินีแอนน์ต่อต้านสเปน พวกเขาแค่ได้รับอนุญาตให้โจมตีเรือสเปนโดยไม่มีความผิด

 

 

เนื่องจากสงครามกำลังจบลงทำให้มีเรือสเปนล่องอยู่ในทะเลน้อยลงเรื่อย ๆ  กัปตันอเล็กซานเดอร์ โดลเซลล์ ได้รับข่าวลือเรื่องสนธิสัญญายุติสงครามทำให้เขาผันตัวเองเป็นโจรสลัด เมื่อได้ยินดังนั้นเอ็ดเวิร์ดก็เกรงกลัวความเสี่ยงที่จะต้องถูกลงอาญา และต้องตายด้วยการถูกจับเข้าตะแลงแกง เขาได้รับรู้ถึงความสยดสยองนั้นและตัดพ้อในใจว่าเขาไม่คิดว่าจะต้องจากบริสตอลมาเป็นโจรสลัด กัปตันโดลเซลล์กำลังวางแผนปล้นเรือของ East India Company ซึ่งอยู่ในอาณัติของกองทัพเรือในพระราชินีแอนน์ เอ็ดเวิร์ดตัดสินใจทำตามแผนของกัปตันเพื่อหาโอกาสกอบโกยเงินที่ได้มาแล้วเผ่นหนีไปอยู่เรือลำอื่น

 

 

"แผนของกัปตันอาจจะไปไม่รอดที่ไปโจมตีกองทัพเรือ นั่นอาจจะเป็นการฆ่าตัวตายก็ได้" เอ็ดเวิร์ดครุ่นคิด

 

 

เรือ Emperor ไล่ล่าเรือสินค้าของ East India Company ซึ่งผ่านมาแถวชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก แม้จะรู้ดีว่าการโจมตีเรือสำคัญลำนี้จะทำให้ทุกคนถูกหมายหัว เรือได้ชักธงอังกฤษขึ้นเสาเพื่อตบตาว่าเป็นหนึ่งในกองเรืออังกฤษ เมื่อเข้ายึดเรือของ East India Company ได้แล้วจึงเข้าจับตัวกัปตันเบนจามิน พริทชาร์ด เอ็ดเวิร์ดถูกสั่งให้เฝ้าเชลยเอาไว้ เขารู้สึกเวทนาพริทชาร์ดที่ถูกทรมานอย่างทารุณด้วยการเผามือของเขา เอ็ดเวิร์ดสังเกตเห็นแหวนที่พริทชาร์ดสวมอยู่มีสัญลักษณ์เหมือนกางเขนที่เขาจำได้ สัญลักษณ์นั้นเหมือนกับที่เขาพบจากชายสวมหมวกที่ทำร้ายเขาจนสลบไปในวันก่อนลงเรือ Emperor เอ็ดเวิร์ดแอบถามพริทชาร์ดถึงสัญลักษณ์นี้ แต่เบลนนี่เข้ามาเห็นเสียก่อน เบลนนี่ถอดแหวนออกจากนิ้วที่โดนเผาจนหนังแห้งติดไปกับแหวนของพริทชาร์ดจนเชลยร้องอย่างเจ็บปวด เอ็ดเวิร์ดพยายามบอกให้เบลนนี่คืนแหวนไปแต่ไม่สำเร็จ

 

 

กัปตันพริทชาร์ดขอร้องให้เอ็ดเวิร์ดแก้มัดให้เพื่อแลกกับการทำให้เอ็ดเวิร์ดพ้นโทษ เอ็ดเวิร์ดจึงให้พริทชาร์ดบอกเรื่องแหวนเป็นการแลกเปลี่ยน

 

"ชายลึกลับคนหนึ่งที่ข้าคิดว่าเป็นศัตรูได้สวมแหวนแบบท่าน ข้าต้องการรู้ถึงความสำคัญของมัน" เอ็ดเวิร์ดถาม

 

พริทชาร์ดตอบว่าความสำคัญของมันคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยเอ็ดเวิร์ด แต่เอ็ดเวิร์ดก็สงสัยว่ามันอาจจะถูกใช้ในทางตรงกันข้ามก็ได้ พริทชาร์ดจึงเสนอว่า

 

"ปล่อยข้าเป็นอิสระ และข้าสามารถใช้อิทธิพลของข้าช่วยเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำผิดอะไรมา ข้าช่วยให้เจ้าพ้นผิดได้"

 

กัปตันโดลเซลล์เข้ามาในจังหวะที่เอ็ดเวิร์ดแก้ม้ดให้พริทชาร์ดพอดีจนสงสัยพฤติกรรมของเอ็ดเวิร์ด พริทชาร์ดฟื้นตัวแล้วท้าทายโดลเซลล์

 

"เอ็ดเวิร์ด แธทช์จะมาช่วยพวกข้า พวกเจ้าน่าจะหนีไปดีกว่านะกัปตัน เอ็ดเวิร์ด แธทช์ต่างจากเจ้า เขาจงรักภักดีต่อกษัตริย์และเมื่อข้าบอกว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น...."

 

 

ยังไม่ทันที่พริทชาร์ดพูดจบเขาก็ถูกกัปตันโดลเซลล์เอาดาบแทงไปที่ท้องจนร่างหงายไปพิงเก้าอี้จนมือห้อยลงมาอยู่ข้างลำตัว กัปตันโดลเซลล์หันมามองเอ็ดเวิร์ด เขาจึงแก้ตัวว่าเป็นเพราะดาบของกัปตันตัดเชือกเองต่างหาก ขณะนั้นเองเรือของแธทช์ก็เข้ามาช่วยเรือของ East India Company ได้สำเร็จ เบลนนี่ซึ่งเหม็นหน้าเอ็ดเวิร์ดมาตั้งแต่วันแรกที่พบกันจึงพยายามฆ่าเอ็ดเวิร์ดเพื่อเอาใจแธทช์ แต่แธทช์กลับหันไปสนใจเอ็ดเวิร์ดแล้วกล่าวว่า

 

"แล้วเจ้าล่ะ เจ้าคิดอะไรอยู่นอกจากตายด้วยดาบของเพื่อนร่วมเรือของเจ้า? เจ้าต้องการเป็นลูกเรือให้ข้าหรือตายในฐานะโจรสลัดหรือด้วยน้ำมือของเพื่อนที่นี่ หรือกลับบ้านที่ Blighty ไป?"

 

"ข้าไม่ต้องการเป็นโจรสลัดครับท่าน" เอ็ดเวิร์ดตอบ

 

"ข้าต้องการหาเงินไปให้ภรรยาเท่านั้น เงินบริสุทธิ์ที่จะเอากลับไปบริสตอล"

 

แธทช์เข้าใจลูกเรือที่ถูกกัปตันบังคับให้เป็นโจรสลัดโดยไม่เต็มใจจึงไม่คิดฆ่าพวกเขา แต่แธทช์ให้เอ็ดเวิร์ดสู้กับเบลนนี่ด้วยมือเปล่า ซึ่งเอ็ดเวิร์ดก็ได้เปรียบในการต่อสู้แบบนี้ แต่เอ็ดเวิร์ดก็สู้พละกำลังของเบลนนี่ไม่ไหวและกำลังจะถูกเผด็จศึก แธทช์จึงยิงปืนฆ่าเบลนนี่เพื่อปกป้องเอ็ดเวิร์ด หลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดจึงได้เป็นลูกเรือให้กับแธทช์

 

 

New life...

 

มีนาคม 1713

 

เอ็ดเวิร์ดได้รับชีวิตใหม่ เขาโชคดีที่เอ็ดเวิร์ด แธทช์ยอมรับเขา ทำให้เอ็ดเวิร์ดมีความหวังที่จะกลับไปหาแคโรไลน์ในฐานะชายผู้มั่งคั่งอีกครั้ง...

 

 

กัปตันอเล็กซานเดอร์ โดลเซลล์จบชีวิตลงด้วยการถูกประหารชีวิตโดยอังกฤษในปี 1715 เอ็ดเวิร์ดเริ่มมีฝีมือในการต่อสู้ เขาเรียนรู้ความสามารถในการใช้ดาบและปืนที่ดีกว่าเดิมจากแธทช์และยังได้เรียนรู้ปรัชญาชีวิต ปรัชญาที่เรียนรู้มาจากโจรสลัดอาวุโส ชายที่แธทช์รับใช้และเป็นอาจารย์ของแธทช์ด้วย เขามีชื่อว่า เบนจามิน ฮอร์นิโกลด์ เอ็ดเวิร์ดได้พบกับเบนจามินที่นาสเซา เมืองที่เป็นดั่งสวรรค์ของพวกเขา

 

เอ็ดเวิร์ดชอบเบนจามิน เขาเป็นอาจารย์ของแบล็คเบียดเหมือนที่แบล็คเบียดเป็นอาจารย์ของเอ็ดเวิร์ด ไม่มีนักเดินเรือคนไหนเก่งกว่าเบนจามิน ฮอร์นิโกลด์อีกแล้ว...

 

 

กรกฏาคม 1713

 

เอ็ดเวิร์ดได้รับการแต่งตั้งให้เป็นต้นเรือ เพราะต้นเรือคนเก่าถูกฆ่า แม้เอ็ดเวิร์ดจะอายุน้อยเกินไปแต่แธทช์ก็ไว้ใจให้เขาอยู่เคียงข้าง หลังจากนั้นพวกเขาได้รับข้อความว่าอังกฤษ สเปน และโปรตุเกสได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกร่วมกัน แธทช์จึงประกาศว่าวันของนักเดินเรือจบลงแล้ว และถามเอ็ดเวิร์ดว่าเขาแน่ใจที่จะเป็นโจรสลัดหรือไม่ แม้ในใจจะปฏิเสธแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกในการหาเงินนอกจากเป็นโจรสลัดจึงตัดสินใจร่วมชะตากรรมกับอาจารย์ที่เขาเคารพและทิ้งแผนการกลับไปบริสตอล...

 

 

โปรดติดตามเรื่องราวต่อได้ในเกม Assassin's Creed IV Black Flag


Tags: ac4 3 Comments